ฉุกละหุกกับห้องฉุกเฉิน*

posted on 07 May 2008 17:30 by thedoctorwearsprada  in chit-chat

วันนี้เป็นเวรER(ห้องฉุกเิฺฉิน)วันแรกของเราตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่

จะพูดให้ถูกอาจจะเป็นเวรแรกในชีวิตของการเป็นหมอของเราเลยก็ได้ (ก็เพราะเราเพิ่งเริ่มเป็นหมอที่แท้จริงนี่นา)

จากเมื่อก่อนเราเคยอยู่ในโรงเรียนแพทย์ที่ ER มีหมอหลายๆคนคอยช่วยเหลือกัน ตั้งแต่ นิสิตแพทย์ extern resident แถมบางทียังมี staff ให้ปรึกษาอีกต่างหาก

แต่วันนี้ไม่มีใครอีกแล้ว ใครเข้ามาห้องฉุกเฉินวันนี้ละ่ก็ เราใหญ่สุด

จากเมื่อคืนที่อยู่เวร ward เด็กมา รีบตื่นเช้าไปราวน์ ward ก่อนมาอยู่ ER เริ่มทำงานเช้าๆเหมือนสมองยังไม่ตื่นเต็มร้อย คนไข้ก็ถูกเข็นเข้ามาเรื่อย มีอยู่คนหนึ่ง เป็นเคสอุบัติเหตุ มีบาดเจ็บหลายแห่ง refer(ส่งตัว) มาจากโรงพยาบาลชุมชน คนไข้ไม่ได้สติ ใส่ท่อช่วยหายใจ สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือการทำ primary surveyใครพอสนใจคงเคยได้ยินกันบ้าง ที่ว่าประเมิณ ABC คือ airway, breathing และcirculation ดังนั้นสิ่งแรกที่เราทำคือตรวจดูว่าทางเดินหายใจคนไข้ซึ่งขณะนั้นก็คือท่อช่วยหายใจ มันยังทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่รึเปล่า จากการฟังปอดเสียงหายใจข้างซ้ายเบา จนแทบไม่ได้ยินที่ชายปอด ..ทำไงดีล่ะ พยาบาลกำลังช่วยบีบ ambu เพื่อให้ออกซิเจนคนไข้อยู่ อีกคนเตรียม suction รอเราอยู่ ..อืม ฟังอีกทีแล้วกัน ..แล้วก็ฟังอีกทีแล้วกัน ..ก็รู้อยู่แล้วว่ามันผิดปกติ แต่ทำยังไงดีล่ะ เป็นได้ว่าใส่ ท่อช่วยหายใจลึกเกินไป (one lung intubation) หรือว่าลมรั่วในปอดข้างซ้ายจนปอดขยายตัวไม่ได้(Pneumothorax ) แต่เป็นอะไรดีนะ สายตารอบข้างจดจ้อง ..มัวคิดอยู่ไม่ได้แล้ว.. "เป็นไงหมอ" เสียงพยาบาลถาม เราลองเคาะปอดดูว่าเคาะโป่งเหมือนมีลมมั๊ย พยาบาลอีกคนถาม เป็นไงหมอ ..อยากให้มีใครซักคนมาช่วยซะจริงเชียว หรือว่าไป x-ray ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยได้มั๊ยเนี่ย

ใ นที่สุด .. " one lung ค่ะตอนนี้ tube ลึกเท่าไหร่ เดี๋ยวถอยออกมาดู" หึ ไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอก

กำลัง ดูุดลมออกจาก cuff ที่ tube คนไข้ก็เริ่มไอเลือดออกมา ถอย tubeมาได้นิดเดียว เรารีบสั่งพยาบาล "blow cuff เร็วค่ะ เดี๋ยวคนไข้ aspirate (สำลักเลือดลงปอด) "

จากนั้นก็ฟังปอดอีก เพื่อ check ว่าที่เราตัดสินใจนั้นมันทำให้อะไรดีขึ้นมั๊ย อืมม มันก็ดีขึ้นนะ แต่ข้างซ้ายยังไงมันก็ยังเบาอยู่ดีล่ะ พึมพำกับตัวเอง ..."แล้วมันแปลว่าไงหมอ " พยาบาลกำลังรอคำสั่งให้ยึดtube อยู่...แล้วเราก็ฟังอีก แล้วก็เหมือนเดิมสายตาทุกคู่จับจ้องรอคำสั้งจากเรา ..โธ่ ฟังกี่ครั้งมันก็เหมือนเดิมแหละ จะฟังไปทำไมกันนะเรา

สุดท้าย เราก็แก้ปัญหาทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ ด้วยการถอยtubeอีกครั้ง อาจเพราะครั้งแรกเราถอยออกมาไม่พอนั่นเอง

แต่ทุกขั้นตอนเสียไปกับความลังเลไม่แน่ใจของเรา แม้จะไม่กี่วินาทีก็ตาม และแน่นอนทุกวินาทีนั้นความมั่นใจในตัวเองของเราก็ลดลงด้วย

ถ้ามองไปจากตอนนี้ที่เราลงเวรแล้วนั่งอัพไดอย่างสบายใจ วินาทีนั้นมันช่างเป็นเรื่องง่ายๆ

....ถ้ามีอาจารย์หรือพี่สั่งให้เราไปเลื่อน tube

....ถ้าเรากำลังดู serie ER ที่ตัวเองวันนี้แสดงเป็นตัวเอก

....ถ้าเรากำลังเขียนตอบข้อสอบข้อนี้

มันช่างเป็นเรื่องง่ายเหลือเกิน ที่เราจะวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทำอะไรลงไปโดยไม่ต้องเสียเวลา

แต่ในวินาทีนั้นมันไม่ง่ายเลย

เมื่อการตัดสินใจของเราคือที่สุด เมื่อคนไข้ ญาติและพยาบาลตั้งความหวังไว้ที่เรา

ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะคิด ไม่มีเวลาให้สมองที่ทำงานของมันอย่างช้าๆ

เอาล่ะ แล้วเราก็ผ่านวันนี้มาได้แล้วล่ะ

 

 

ของจริง*

posted on 05 May 2008 17:07 by thedoctorwearsprada  in chit-chat

หลายคนคงคิดว่าเรายุ่งขนาดไม่มีเวลาอัพบล็อกเป็นแรมเดือน ซึ่งมันก็จริง

 

แต่ถึงจะหายไปนานก็คุ้มนะ สำหรับใครๆที่รอดูอยู่ จะบอกว่าถึงวันนี้เราเรียนจบแล้ว

 .....เป็นหมออย่างเต็มตัว

 

อยู่ในช่วงใช้ทุน ซึ่งเราก็เลือกมาอยู่ใกล้ทะเลอย่างที่คิดไว้แต่แรก แล้วก็เป็นโชคดีจริงๆที่อุตส่าห์จับฉลากมาจนได้ คนเรามากับดวงตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่นา

ว่างๆ แทนที่จะเดินห้าง เข้าโรงหนัง อย่างที่เคยทำเมื่อตอนอยู่เมืองกรุง เราก็มีทางเลือกมากขึ้น ตั้งแต่เดินตลาด ตลาดนัด ไปเที่ยวสวนผลไม้ ขับรถไปไม่กี่สิบโลก็รับลมทะเลเย็นสบายได้อีกต่างหาก

เสียแต่ว่าแดดลมมันแร๊ง แรง น้ำก็ไม่ค่อยดีอีกต่างหาก ช่วงนี้ต้องเก็บเนื้อถนอมตัว อีกไม่กี่เดือนจะถึงงานรับปริญญาแล้ว ห่วงเที่ยวมากจะไม่สวยกันพอดี

เอาล่ะ แวะมาส่งข่าวแค่นี้

ไว้มีเวลาจะมีเรื่องมาเล่ากันอีกเยอะ

 

กล้จะสุดสัปดาห์แล้ว ถ้าใครกำลังมองหาร้านนั่งสบายๆในวันหยุด หาอะไรกินเล่นเบาๆ หลบร้อน นั่งอ่านหนังสือ หรือจิบชาเมาท์กะเพื่อนๆ เราขอแนะนำ

Melting moment ร้าน Bakery boutique บรรยากาศแสนหวาน กลางเมืองสีลมซอย21 sun square plaza ค่ะ

เจ้าของร้านได้สูตรคุกกี้แสนอร่อยมาจากออสเตรเลีย รวมทั้งที่มาของชื่อร้านก็มาจากชื่อของคุ้กกี้ที่เจ้าของร้านเคยติดใจนั่นเอง

ไม่ขอบรรยายอะไรมาก เชื่อว่าแค่ภาพก็ดึงดูดได้แล้ว

โทนร้านสีชมพู ประดับด้วยตุ๊กตาน่ารัก แถมยังมีป้ายราคาแสดงว่าให้ซื้อกลับได้ด้วย

มีโต๊ะเล็กๆให้เลือกนั่ง หรือจะนั่งที่โซฟาก็นุ่มดีค่ะ ระวังเผลอหลับ


มีตู้ขนมเรียงรายด้วยของหวานง่ายๆ เช่น พาย และ ทาร์ต เค้กถ้วยกระจุ๋มกระจิ๋ม

อืม..รู้สึกช่วงนี้จะมี ชุด Afternoon Tea ด้วย มีขนมหนึ่งอย่างกับน้ำชาในราคาแค่ 89 บาท น่าสนใจมั๊ยล่ะ

รายละเอียดที่น่ามอง มีอยุ่ทุกมุมของร้าน และนี่คือ คุ้กกี้ key dish ของร้านกะน้องหมีนั่งเฝ้าคนซื้อตาแป๋วว

 

อาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควรนะคะ ทั้ง smoothies ไว้ดับกระหายคลายร้อน เราเลือก pretty green หรือแอปเปิ้ลเขียวกะกีวีสดปั่น เนื้อผลไม่เยอะมาก รสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นมีพลังทำงานต่อค่ะ

หรือใครคอกาแฟก็มีกาแฟสดกลิ่นหอมไว้บริการด้วย ลองคาปูชิโนไปหนึ่งแก้ว รสชาติดีทีเดียวค่ะ

พวกอาหารเห็นพนักงานแนะนำแซนวิชและพาสต้า เราเลือกสั่งแซนวิชเบคอนทอดและชีส อิอิ แค่ชื่อก็ไม่อยากคิดถึงแคลอรี่ อาจเพราะเช้าไปทำให้ขนมปังโฮลวีทแข็งไปนิดๆ แต่หรือเพราะหิวก็เลยกินหมดจนถ่ายรูปมาไม่ทัน

ส่วนพาสต้าเราเลือก บะหมี่หมูตุ๋น เมนูฟิวชั่นเอาเส้นบะหมี่เหลืองมากินกับหมูตุ๋นปรุงรสกลมกล่อม และมีสลัดอยู่ในจานด้วย ถือว่ารสชาติดีเลยทีเดียวเพราะไม่ได้คาดหวังเมนูอาหารจากรานเบเกอรี่ซักเท่าไหร่

นอกจากนี้ยังมีพิซซ่าหลายหน้าและสลัด เราเลือกสลัดไก่ย่าง แต่จานนี้ไม่ประทับใจต้องไก่ที่แห้งๆฝืดๆพิกล แต่ผักก็สดกรอบดีค่ะ

กว่าจะถึงเบเกอรี่ก็อิ่มท้องซะก่อน เลยตบท้ายเบาๆด้วย blueberry cake pie เห็นเล็กๆหน้าตาเพลนๆนึกว่าจะธรรมดา แต่กลับอร่อยผิดคาดค่ะ ขนาดกลายเป็นว่าพอดีอิ่ม หวานอมเปรี้ยวพอดี ไม่เลี่ยนสำหรับคนไม่ชอบของหวานมากก็กำลังดีเชียว

เฮ้อ..อิ่มใจจัง มีพลังพร้อมจะสู้วันใหม่ขึ้นมาอีกนิดแล้วว

เมนูเด็ด : สมูทตี้ต่างๆ ,บะหมี่หมูตุ๋น (ความจริงชื่อยาวกว่านี้นะแต่จำไม่ได้ ขออภัย)

คำเตือน : บรรรยากาศมันละมุนละไมเหลือเกิน ระวังเผลอหลับที่โซฟาค่ะ

อีกนิด เค้ามี workshop ทำขนมประจำแต่ละเดือนด้วยนะสาวๆ ถ้าสนใจถามรายละเอียดได้ที่ร้านนะคะ เผื่อหนุ่มข้างๆจะโชคดีมีขนมอร่อยๆกิน