เรื่องงวุ่นๆของคนจะคลอดลูก*
posted on 18 Oct 2007 15:16 by thedoctorwearsprada in chit-chatหลังจากอยู่เวรห้องคลอดมาเกือบสองอาทิตย์ จากเวรเช้าสู่เวรดึก พร้อมกับหน้าตาที่ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดของเรา #_#
เห็นคุณแม่หลายๆแบบแล้วตลกดีพร้อมกับได้สัจธรรมชีวิตมาหลายอย่างเลย
อย่างเมื่อคืนนี้ มีอยู่เคสนึง เจ็บท้องจะคลอดมา ตรวจแล้วก็มีการหดรัดตัวของมดลูกจริง ตรวจภายในปากมดลูกเปิดแล้ว 2 cm ก็คิดว่าจะคลอดจริง ให้ admit เข้าห้องคลอด
[
การเจ็บท้องคลอดที่จะบอกว่าเป็นการเจ็บครรภ์จริง ตามตำราเค้าบอกว่าต้องประกอบด้วย2 อย่างนะคะ คือมีการเจ็บครรภ์ และมีการเปิดตัวของปากมดลูก อย่างเช่น ถ้าคุณแม่เจ็บท้อง แต่ตรวจไม่พบการเปิดตัวของปากมดลูกเลย ก็อาจจะเป็น false labor pain หรือที่เรียกว่า เจ็บครรภ์ลวงได้นะคะ ]
คุณแม่รายนี้เป็นท้องแรก ก็จะใช้เวลานานกว่าท้องหลังเล็กน้อย และปากมดลูกยังเปิดน้อยก็ให้นอนพักที่ห้องรอคลอดก่อน เราไปรับเวรตอนเที่ยงคืน จากนั้นเราก็มีหน้าที่คอยประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ถ้าเกิดมดลูกหดตัวดี ปากมดลูกเปิดดีแล้วก็ถึงจะย้ายไปห้องคลอดจริงๆ ซึ่งโดยปกติเราก็จะตรวจทุกชม.
อูย อูย ซีดสสส... ไม่นานคุณแม่ก็เริ่มโอดโอย เราไปตรวจ อืม มดลูกก็ยังหดตัวไม่ดีนี่นะ เราก็ใช้วิธีอธิบายให้ฟัง ปลอบประโลม และสอนเทคนิคการหายใจ
ผ่านไปครึ่งชม. แล้ว เสียง ซีดสส ซาสสส ยังดังตลอดเวลา ตอนนั้นมีคนไข้อื่นหลับๆกันอยู่ประมาณ 5-6 เตียง เราก็เอ๊ะ ปากมดลูกเพิ่งเปิดนิดเดียวเอง คือว่าจากประสบการณ์น่ะมันจะไม่เจ็บขนาดนี้ไง ( ประสบการณ์การดูคนไข้นะ เพราะว่าคุณหมอน่ะก็เคยคลอดซะที่ไหนล่ะ อิอิ) ก็ไปตรวจอีก อืม มันก็เท่าๆเดิมน่ะ อืมก็ปลอบกันไปอีกหนึ่งรอบ เจ็บท้องคลอดลูกก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ(อย่างกับว่าชั้นผ่านมาแล้ว) เป็นกันทุกคน คุณแม่ต้องอดทนนะคะเพื่อลูกของเรา
เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ เราพูดจนตัวเองง่วงแล้วดูคุณแม่จะไม่ได้ลดความซีดสสส ซาดสสเลย ระหว่างช่วงที่เราตรวจคนไข้อื่นอยู่เราก็เห็นคุณพยาบาลมาช่วยคุยกับคนไข้หลายรอบนะ อธิบายให้ฟังถึงกลไลการคลอด การเจ็บครรภ์
คุณหมอ ทำยังไงให้ไม่ปวดได้ม๊าย .. อืม คนจะคลอดลูก จะไม่ปวดได้ไงเนอะ อืม ไม่ใช่ๆ คือว่าการปวดเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกซึ่งเป็นกลไลธรรมชาติในการคลอดนะคะ ถ้าไม่ให้ปวดเลยก็คือการที่มดลูกไม่หดรัดตัวก็จะไม่มีการคลอดนะคะ ยาบรรเทาปวดจะมีช่วยได้บ้างแต่ต้องให้ในระยะที่เหมาะสม ไม่งั้นจะทำให้การคลอดดำเนินไปช้ากว่าที่ควร ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานะคะ
จากนั้นแป๊บๆก็จะมี complaint ตลอด
ซีสสส โอย หมอๆมียาเร่งคลอดม๊าย... ไม่อยากจะบอกว่าถ้าได้ยาเร่งคลอด มดลูกจะยิ่งหดรัดตัวแรงและถี่ขึ้น ซึ่งหมายถึง ปวดขึ้นนั่นเอง แต่ยังไงตอนนี้ยังให้ไม่ได้อยู่ดี ปากมดลูกเปิดน้อยเกินไป
หมอๆ ทำไมหนูปวดอยู่คนเดียว คนอื่นเค้าไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย... อันนี้ไม่จริงเท่าไหร่นะ เพราะคนไข้ที่นอนเงียบๆอยู่ก็ปวดทุกเตียงแหละ แต่ระดับความอดทนของคนเรามันต่างกัน เหมือนบางคนเจ็บเท่านีก็อดทนได้ แต่บางคนก็โวยสุดๆ อย่างเช่นรายนี้นี่แหละ
หมออออ แม่หนูอ่ะบอกหนูไว้ว่า หนูอ่ะเป็นคนทนอะไรไม่ค่อยได้ เจ็บนิดหน่อยหนูก็ไม่ไหวแล้ว... อืม จริงค่ะ แล้วเราจะช่วยอะไรได้
หมออ อูยย ผ่าเลยได้ม๊ายย .. ไม่รู้ซะแล้วไม่มีวิธีไหนดีเท่ากลไกธรรมชาติหรอกค่า และที่สำคัญเราจะผ่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งกรณีปวดมากนี่ไม่นับ
คุณพี่พยาบาลรู้แนวจริงๆ เห็นท่าไม่ดีก็หนีไปเลยปล่อยเราพล่ามอยู่คนเดียวทั้งคืน หลังจากคุณแม่ฟังเราปลอบประโลมเป็นรอบที่ 20 จนเบื่อ ก็หันไปคุยกับลูกตัวเอง ...โอย จะคลอดก็คลอดเหอะ ซีสสส ลูกเอ๊ย ออกมาได้แล้ว ... โอยเมื่อไหร่จะคลอดซะทีเนี่ย
เราฟังๆไปก็ขำดีค่ะ เหนื่อยปนขำ ตีสามกว่าๆเราก็ตรวจภายในอีกครั้ง ปากมดลูกก็เปิด2 cm เท่าเดิมแหละ ซึ่งก็สมควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะมดลูกก็ยังไม่หดรัดตัวดีเท่าไหร่ แต่ถ้าดูอาการของแม่อาจนึกว่าใกล้คลอดได้
โอย..ไม่ไหวแล้ววว เอาคนเดียวเนี่ยแหละ ไม่เอาแล้ว ... เราก็เลยบอกว่า งั้นทำหมันเลยนะคะ หึหึ แกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ เพราะรู้อยู่แล้ว จริงดังคาด คุณแม่ก็อ้อมแอ้ม ไม่ตอบพูดเรื่องอื่นต่อไป เป็นอย่างนี้ทุกคน เวลาจะคลอด จะบอกว่า ไม่เอาแล้ววว ไม่เอาแล้ววว ไม่มีอีกแล้ว คอยดูเหอะอีกปีสองปีเจอกันที่ห้องคลอดอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกรีดร้อง พอแล้ววว ไม่เอาอีกเด็ดขาด หึหึ คนเราเนอะ
จากนั้นคุณแม่ก็สรรหาวิธีแก้ปวดให้ตัวเองต่างๆนานา ลุกไปลุกมาจนเราหวาดเสียว พร้อมกับทำท่าแปลกประหลาดมากมาย บ้างก็นั่งเกาะขาเตียง ใครมาเห็นจะว่ายังไงเนี่ย แต่ทั้งเราและพยาบาลก็ไม่รู้จะทำไงพูดกันจนน้ำลายแห้งหมดแล้ว สุดท้ายเราลงเวรตอน8โมงเช้า ตรวจซ้ำปากมดลูกก็เพิ่งเปิดแค่ 3 cm เท่านั้นเอง กว่าจะคลอดก็คงอีกนาน ไม่รู้คุณแม่หรือหมอกับพยาบาลจะหมดแรงก่อนกัน
[
การคลอดจะเกิดหลังจากปากมดลูกเปิดครบ 10 cm นะคะ ลืมบอกไป]
เนื้อหาในบล็อคนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอความรู้ทางการแพทย์
การอธิบายความรู้ต่างๆเพียงเพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายเท่านั้น
เพราะฉะนั้นกรุณาอย่านำไปอ้างอิง และผู้มีความรู้มากกว่านี้ก็กรุณาเข้าใจด้วยนะคะ
#1 By bakabo (~^) on 2007-10-18 16:47