ชีวิตหมอคนนึงจบสิ้น

posted on 08 Dec 2007 15:27 by thedoctorwearsprada  in Talking
คดีตัวอย่างวงการแพทย์ไทย ศาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุกแพทย์หญิงร.พ.ร่อนพิบูลย์

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ศาลจังหวัดทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง

เป็นโจทก์ร่วมกับ น.ส.ศิริมาศ แก้วคงจันทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ลูกสาวของ นางสมควร แก้วคงจันทร์ อายุ 49 ปี ผู้ตายโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องในคดีอาญา น.พ.พีระ คงทอง ผอ.ร.พ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นจำเลยที่ 1 และพ.ญ.สุทธิพร ไกรมาก แพทย์ประจำ ร.พ.ร่อนพิบูลย์ เป็นจำเลยที่ 2 เนื่องจากผ่าตัดไส้ติ่งนางสมควร ด้วยการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง
โดยประมาทเลินเล่อ เพราะไม่เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และยาแก้ไขภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ตายหยุดหายใจ สมองขาดเลือด และออกซิเจน จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 5 มิ.ย.2545


โดยศาลมีคำพิพากษาสรุปว่า เนื่องจากการที่จำเลยที่ 2 คือ พ.ญ.สุทธิพร ไกรมาก เป็นแพทย์ผู้ฉีดยาระงับความเจ็บปวดเข้าไขสันหลังของนางสมควร ผู้ตาย จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งวิสัยและพฤติการณ์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการแพทย์ที่ได้เรียนมา จักต้องฉีดยาเข้าไขสันหลังในจำนวนปริมาณที่เหมาะสม ในระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 น.พ.พีระ คงทอง ผ่าตัดไส้ติ่งให้สำเร็จ
คำพิพากษาระบุว่า จำเลยที่ 2 อาจใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ โดยพฤติการณ์และวิชาชีพ

แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 อาจกระทำได้ แต่จำเลยที่ 2 หาได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอไม่ จำเลยที่ 2 ฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลังของนางสมควร โดยมิได้ควบคุมปริมาณของยา ให้เพียงพอกับการที่จะผ่าตัด จำเลยที่ 2 ฉีดยาระงับความเจ็บปวดในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้ยาชาออกฤทธิ์ลุกลามไปทั้งตัวของนางสมควร จนเกิดอาการช็อกหัวใจหยุดเต้นทันที ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวขาดอากาศหายใจ เป็นเหตุให้นางสมควรถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้นางสมควรถึงแก่ความตาย พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามฟ้องดังได้วินิจฉัยมาแล้วก่อนหน้านี้ จึงยกฟ้องจำเลยที่ 1 และพิพากษาให้ จำเลยที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 3 ปี




.
..อ่านข่าวนี้จบแล้วเรา...ร้องไห้

ถามว่าเรารู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวกับพี่หมอคนนี้มั๊ย ตอบก็คือไม่เลยค่ะ แต่เราร้องไห้ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ตั้งใจรักษาคนไข้ เสียสละชีวิตตนเองเพื่อการทำงานมากมาย แต่สุดท้ายนี่เป็นผลตอบแทน เป็นตัวอย่างของความผิดพลาดของระบบสาธารณสุขไทย เป็นเหยื่อของความต้องการของสังคมในการมองแพทย์ และความคาดหวังจากแพทย์

และยังมีหมออีกในโรงพยาบาลชุมชนอีก 700 แห่งทั่วประเทศที่กำลังเป็นกลุ่มเสี่ยง หมอจบใหม่ที่ต้องไปชดใช้ทุนที่ชุมชนทั่วประเทส ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมจะเป็นหมอที่ดี ช่วยเหลือคนไข้ในชุมชนที่ห่างไกลแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์

กี่พันชีวิตที่เราช่วยเหลือ ไม่มีความหมายเลย เมื่อมีครั้งหนึ่งที่เราผิดพลาด ..ชีวิตหมอคนนึงจบสิ้น

เราคิดถึงแม่ของเรา ถ้าเราเป็นหมอคนนั้น แม่เราจะรู้สึกยังไงนะ ส่งลูกมาเรียนหมอด้วยความภาคภูมิใจ ทนเห็นลูกสาวที่ตัวเองทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี เรียนหนักอยู่เวรหามรุ่งหามค่ำอดหลับอดนอน เมื่อจบแล้วก็ยังต้องไปอยู่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลอีกอย่างน้อยสามปี ไม่มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัวให้ชื่นใจด้วยซ้ำ

น้องๆที่กำลังอยากมาเรียนหมอ เราว่าคิดใหม่ดีกว่ามั๊ย ตอนนี้ประเทศของเรายังต้องต่อสู้กับระบบสาธารณสุข และความคาดหวังของประชาชนต่อแพทย์ที่เปลี่ยนไป

เมื่อก่อนนี้ หมอในชุมชนลุยสู้รักษาคนไข้ได้เต็มที่ เครื่องมืออุปกรณ์อะไรไม่ค่อยมีพร้อมก็ช่วยเหลือกันไป รอดบ้างตายบ้าง แต่รับรองว่ารอดมากกว่าหมอไม่ทำอะไรเลยแน่นอน อยากยกตัวอย่างให้เข้าใจกัน แต่ว่ามันยากเหมือนกันนะกับการทำให้คนทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์ไม่มีความเข้าใจด้านการแพทย์เห็นถาพสถานะการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเรื่องหมอเจ็บ ถ้าจะเคยดูกันนะคะ..ตอนที่หลวงตา มีภาวะฉุกเฉินทางช่องท้อง และตัวเอกของเรื่องตัดสินใจเปิดท้อง ทั้งที่ตอนเองไม่เคยทำมาก่อน โดยเปิดตำราจากที่เรียนมาและประสบการณ์ในการช่วยผ่าตัดตอนเรียน.. อยากบอกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่หมอคนนึงเรียนจบมาจะเคยทำ เคยรักษา เคยผ่าตัดทุกอย่าง แต่เรามี basic knowlegde และนำไปปรับใช้กับเคสที่เจอ ... ทุกคนย่อมพยายามรักษาชีวิตคนไข้ของตัวเอง เรียนมารักษาคน ไม่มีใครจะตั้งใจฆ่าคนอยู่แล้ว แต่คนเรามันผิดพลาดกันได้ ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ อะไรๆในโลกนี้มันก็ไม่มี 100 % หรอกค่ะ หัตถการทางการแพทย์ย่อมมีภาวะแทรกซ้อนกันได้ 1ในร้อย 1ในพันก็แล้วแต่ แต่รับรองได้ว่าไม่มีหมอคนไหนบนโลกนี้ไม่เคยรักษาผิดพลาด ยกเว้นคนที่ไม่เคยรักษาคนเลย

แต่ต่อไปนี้ทุกอย่างมันอาจเปลี่ยนไปแล้วค่ะ แพทยสภา(ที่อ่อนแอ และเป็นตัวแทนของแพทย์ได้อย่างน่าเศร้า)ก็ได้ออกแถลงการณ์มาพูดอย่างอ้อมค้อม..

แพทยสภารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งและเป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต่อไปนี้ในกรณีที่จะมีการผ่าตัดใดๆก็ตามที่จะต้องมีการที่จะต้องมีการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกโดยการฉีดเข้าทางช่องไขสันหลังควรจะต้องกระทำในโรงพยาบาลที่มีวิสัญญีแพทย์เท่านั้น มิฉะนั้นแพทย์จะมีความเสี่ยงมากเพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แปลได้ง่ายๆว่า ต่อไปนี้ไม่มีหมอโรงพยาบาลชุมชนที่ไหนจะเปิดห้องผ่าตัดอีกต่อไป เพราะโรงพยาบาลชุมชน700 กว่าแห่งทั่วประเทศแทบทั้งหมดไม่มีวิสัญญีแพทย์

แปลว่า ถ้าเรื่องหมอเจ็บมาฉายอีกตัวเอกต้องส่งต้องหลวงตาไปที่อื่นที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ทันท่วงที

แปลว่าต่อไปนี้คนไข้ไส้ติ่งแตกมาเราก็จะส่งตัวไปผ่ากันที่โรงพยาบาลศูนย์ ถึงแม้มันจะไกลเท่าไหร่ก็ตาม

อย่างที่พี่คนนึงพูดว่า หมอต้องยืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว แม้ว่าคนไข้จะเสียโอกาสก็ตาม 

 

เราจะยกตัวอย่างที่ชีวิตคนเมืองอาจไม่เคยเข้าใจ

หมอ : ลุง โรคของลุงต้องผ่าตัดนะจ้ะ แต่ที่นี่ผ่าตัดไม่ได้ ลุงต้องไปผ่าตัดในตัวจังหวัด เดี๋ยวหมอจะเขียนใบส่งตัวไปให้ (ระยะทาง 30 km)

ลุง : ลุงไม่ไปหรอกหมอ ค่ารถ 50 บาทแน่ะ ลุงเก็บผักเก็บหญ้ากินอยู่บ้านกะเมียไม่มีเงินไปหรอก

หมอ : งั้นเดี๋ยวหมอให้ลุงไปกับรถพยาบาล

ลุง : ไม่เป็นไรหรอกหมอ เมียลุงมันเป็นเบาหวานนอนอยู่บ้าน เดินเหินก็ไม่ได้ ลุงต้องอยู่ป้อนข้าว เช็ดตัวให้เขา ถ้าลุงไปก็ไม่มีใครดู

หมอ  : แต่ถ้าไม่ไป ลุงอาจถึงตายนะลุง

ลุง : ไม่เป็นไรหรอกหมอ อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว

แล้วคุณลุงก็กลับบ้านไป

.. ระยะทางมันมีความหมายสำหรับชีวิตบางคนนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อื้ม อ่านแล้วก็จะร้องไห้เลย

เพราะแม่เป็นพยาบาล

เลยรู้ความหมายของเรื่องพวกนี้ดี

อ่านแล้วรุ้สึกเลยครับ
มันเป็นหนึ่งสาเหตุเลยที่ผมไม่อยากเรียนหมอ
พยายามอธิบายให้ที่บ้านฟัง แต่ก็ไม่เป็นประโยชน์
(เค้าบอกว่า ก็มีหมออย่างอื่นอีกมากมาย หลายสาขา - -)
หน้าที่ของหมอก็คือช่วยชีวิตคน ไม่มีหมอคนไหนที่ต้องการฆ่าคนหรอก
แต่ความผิดพลาดมักก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่กระทั่งองค์ศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อยากให้ลองคิดดูว่า การที่จับหมอที่ทำพลาด เข้าคุก
แล้วเราได้อะไรขึ้นมาบ้าง คนตายฟื้นไหม สะใจ? แก้แค้น?
แต่หากเค้าสำนึกผิด เค้ายังสามารถรักษาคน อีกมากมาย ในอนาคต
-
บางครั้ง การเรียกร้องสิทธิ มันก็ควรอยุ่ในขอบเขต
ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะลามปาม เหมือนอย่างการเมืองไทยทุกวันนี้

ให้ ดรากอนบอล ครับ Hot!

#2 By *~InSAne on 2007-12-08 16:38

ปัจจุบัน อาชีพแพทย์ไม่ได้น่าพิศมัยจะทำ
ก็เพราะเเบบนี้เเหละ

หมอไม่ใช่เทวดานะครับ
การรักษาบางครั้ง ก็เกิดความผิดพลาดกันได้เหมือนกัน

ไม่ได้ยอมรักษา ก็หาว่าหน้าเลือด ไม่มีน้ำใจ
รักษาเเล้วพลาด เตรียมโดนฟ้องได้เลย
รักษาเเล้วรอด เสมอตัว

#3 By Red on 2007-12-08 16:41

...

#4 By ☆[ i ]Rin☆ on 2007-12-08 16:51

ความดีสั่งสมมานานไม่เคยเพียงพอซักอย่าง ทำผิดเพียงครั้งไม่เคยพอใจ มันก็น่าคิดนะ

#5 By PUMP201 on 2007-12-08 16:57

กำลังติดตามคดีนี้อยู่เหมือนกันครับ พอทราบข่าวก็รู้สึกตกใจมากกับคำพิพากษา...

ชีวิตหมอคนนึงจบสิ้น...แล้วจริง ๆ ครับ

ที่สำคัญบทสรุปของดดีนี้ต้องทำให้เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อระบบสาธารณสุขไทยแน่ ๆ ล่ะครับ...

ต่อไปหมอที่โรงพยาบาลชุมชนซึ่งขาดทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและบุคคลากรคงไม่กล้ารักษาคนไข้ แม้เพียงการผ่าตัดเล็ก ๆ น้อย ก็ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใหญ่

งานแทบทั้งหมดจะไปโหลดอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์

เชื่อเลยล่ะครับว่าจะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะการรักษาที่ชักช้าไม่ทันการณ์...

แต่หมอจะทำอะไรได้ในเมื่อสังคมไม่เปิดที่ว่างให้สำหรับความผิดพลาด

คนไข้รักชีวิต หมอเองก็รักชีวิตเหมือนกัน

แบบนี้มันคือความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขไทยจริง ๆ

ปล. ตอนปี 3 ผมเรียนวิชาสังคมกับอ.ท่านหนึ่ง อ.ท่านนั้นเชื่อว่าการแก้ปัญหาด้วยการฟ้องร้องนั้นมันไม่ได้ทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น ความผิดพลาดของการรักษาก็ยังคงมีอยู่ รังแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง หมอหมดกำลังใจที่จะทำงาน หมอไม่กล้ารักษา ตอนนั้นอ.บอกพวกเราว่ากำลังมีโครงการที่จะก่อตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่งเพื่อชดเชยให้กับผู้สูญเสียทางการแพทย์ โดยไม่เน้นว่าใครเป็นจำเลยของความผิดพลาด เพราะความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ผมว่ามันเป็นความคิดที่ดีนะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว

เศร้า

#6 By Highwind on 2007-12-08 17:00

หยอดโลดHot!

อ่านลงมาถึงกลางๆ ทำให้รู้สึกกลัวว่าคนทำอาชีพหมอจะลดน้อยลงซะอย่างนั้น
เป็นจุดยืนที่อันตราย พลาดนิดเดียวก็ร่วงลงเหวง่ายๆ

จริงๆแล้ว ทุกอย่างมันก็ต้องยืนอยู่บนความเสี่ยงอยู่แล้ว... ทั้งหมอทั้งคนไข้
(ชักงงว่าตัวเองจะพูดอะไร....หยุดเห๊อะ)


แต่คือเห็นใจหมอนะคะ ก็หวังว่าจะมีมาตรการรองรับที่มันดีกว่านี้ ถ้าพลาดทีก็โยนเข้าคุก ก็พอดี จะเหลือหมอมารักษาคนไข้กี่คน

#7 By shiny on 2007-12-08 17:01

น่าเศร้า
ทั้ง 2 ฝ่าย
น่าเห็นใจจริงๆค่ะ...

#9 By Cheshire_XxX on 2007-12-08 17:03

เห็นใจครับ แต่ความจริงก็คือความจริง
พลาดก็ต้องยอมรับว่าพลาด
คนไข้เองก็รักษาสิทธิ์ของเขาเหมือนกัน
จะบอกว่าแพทย์ทำผิดไม่ต้องรับโทษหรือเปล่า ก็ไม่ใช่
เอาว่าว่ากันตามหลักฐาน และข้อเท็จจริงครับ
พิสูจน์แล้วเอามาค้านกันเลย
ถ้าไม่ประมาทจริง ก็ไม่ต้องรับโทษ ว่ากันไป...

แต่ถ้าคนไข้ร้องมากเกินความจริง
อันนี้แพทย์สภา ต้องเข้มแข็งพอที่จะเอาความจริงมาค้านครับ
บางรายก็น่าหมั่นไส้มาก เรียกร้องแบบว่าล้มละลาย

ทุกอย่างมีเหตุผลของมันครับ
หมอก็ไม่ใช่ยอดมนุษย์ ช่วยเท่าที่ทำได้ก็ถูกต้องแล้วครับ
คนไข้ก็อย่าเรียกร้องเอาจากมนุษย์อาชีพแพทย์มากเกินไป...

มองจากคนนอกนะครับ ผมไม่เคยมีญาติเป็นหมอ
ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วยครับ

#10 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-12-08 17:46

ซึ้งเลย
แบบว่า
หมอ เป็นอาชีพที่เสียสละมากๆ

เห็นด้วยกะคหสามอย่างแรง

#11 By PARAkeet on 2007-12-08 18:01

คือเราก็เห็นใจท้งหมอและญาติของคนที่ตายนะ

อ่านแล้วก็เศร้าค่ะ เห็นด้วยกับความเห็นของคุณโก๋และทุกๆคนข้างบนค่ะ
พูดไม่ออกกับคำตัดสินของศาล

#12 By Little Little on 2007-12-08 18:05

ฟังข่าวแล้วเศร้าคะ
บางครั้งความไม่พร้อม..มันก็๋มีส่วน

เฮ้อ
Hot! เรื่องมันเศร้าครับ

#14 By house on 2007-12-08 19:22

สงสารหมอ ใครละจะอยากให้คนไข้ตาย

ผมเคยอ่านกาทู้หมอคนนึงที่ส่งไปประจำบ้านนอก สรุปให้ฟังนะ
"ทันทีที่ผมถูกส่งตัวไปชนบท ผมรู้้สึกดีใจมากที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพแพทย์ในโรงพยาบาลเล็กๆแห่งนี้

แต่ว่าเพียงแค่เคสแรกที่ผมสัมผัส กลับทำให้ผมเปลั้ยนแปลงความคิดแล้ว เพราะคนไข้รายแรกที่ถึงมือผม อาการโคม่าเกินเยียวยา

แต่สิ่งที่ทำให้ผมหมดกำลังใจยิ่งขึ้นคือ คำูพูดของญาติคนไข้ หมอ..ถ้าหมอทำญาติกูตาย หมอตายด้วยนะ!"

จบwink

#15 By palermos on 2007-12-08 19:45

ส่วนตัวผมไม่มีความรู้ทางการแพทย์ใดๆ เลย และไม่ได้ติดตามคดีนี้ด้วย

แต่มีจุดที่น่าคิดอยู่คือ ความประมาทนี้ ประมาทระดับไหน

ถ้าทำตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่ยังเกิดผลไม่คาดคิด ซึ่งเป็นความเสี่ยงของวิธีการรักษานั้นๆ ในปัจจุบัน (เช่น คนไข้ที่เสียอาจเป็นคนโชคร้ายใน 1% ที่เกิดแทรกซ้อน) อย่างนี้คงโทษหมอไม่ได้ เพราะไม่มีวิธีการรักษาที่ดีกว่านี้แล้ว

แต่ถ้าการประมาทนั้น เกิดจากความประมาทและไม่ใส่ใจจริงๆ เช่น แพทย์คนนั้นกำลังเหม่อลอย หรือไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทำงาน จนไม่ได้ทำตามขั้นตอนจริงๆ (เช่น ไม่เทียบน้ำหนักกับปริมาณยา)ถ้าเช่นนั้น ผมว่าการฟ้องร้องของญาติผู้ป่วยก็สมเหตุสมผลนะครับ

ดังนั้นผมว่า เนื้อหาของคดีความนี้ ต้องดูที่สำนวนฟ้องและสำนวนแก้ต่างมากกว่า ว่าคุณแพทย์หญิงที่เป็นจำเลย "ประมาท" ถึงขั้นไหน ถ้าไม่ได้ถือเป็นการประมาทร้ายแรงแล้วยังตัดสินแบบที่ออกมา ก็เป็นความผิดที่ผู้พิพากษาแล้วครับ

พูดแล้วนึกถึงคดีความเรื่องแพทย์ห้าคนถูกตัดสินประหารชีวิตในประเทศแถบอัฟริกา เนื่องจากเลินเล่อจนทำให้เด็กติดเอดส์หลายสิบคน

เราก็ด่วนตัดสินไม่ได้ครับ ถ้าไม่รู้รายละเอียดจริงๆ

แต่อย่าให้เรื่องนี้มาทำให้ท้อถอยเลยครับ ยังไงนึกถึงหน้าคนไข้ที่มีความสุขไว้ ก็เป็นรางวัลของหมอ ที่อาชีพอื่นต้องอิจฉาแล้วล่ะครับ

Hot! big smile

#16 By PastelSalad on 2007-12-08 19:45

การที่ทำงานที่ต้องเอาชีวิตคนมาเสี่ยง
บางครั้งก็ทำอะไรลำบากเนอะ

อย่างผมทำงานโรงแรม ชอบลองเสี่ยงทำอะไรผิดๆดูเพื่อจะได้เป็นประสบการณ์ตรงในการแก้ไขปัญหาในกาลหน้า

ทำงานเป็นหมอ คงลำบาก question Hot!

#17 By doggiestyle on 2007-12-08 20:17

คนเป็นหมอเนอะอ๋อง รักษาหายก็เท่าตัว รักษาผิดพลาดก็เข้าตัว คนไข้ไม่เข้าใจความเต็มที่ของเรา แต่พวกเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาย่อมคาดหวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆอยู่แล้ว


การวางยาสลบมันก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ต่อให้ทำในรพ.ใหญ่ก็เหอะ Hot!
1. สวัสดีค่ะ
2. ข่าวนี้เราก็อึ้งไปเหมือนกัน (แม้ไม่ใช้วงการเดียวกันก็ใกล้เคียง) จบสิ้นชีวิตหมอไปคนนึงจริงๆล่ะค่ะ ถึงแม้จะไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตก็เหอะนะ แถมชีวิตนี้เค้าสอนให้เราเป็นหมอทั้งชีวิต เราทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตเพื่อเป็นหมอที่ดี แต่กลายเป็นว่า... เศร้านะคะ
ในวงการเราเองคนที่ประสบโชคร้ายในกรณีแบบนี้ ก็มักจะเป็นคนใจดีมีน้ำใจนี่ล่ะคะ อยู่เวรแทนในวันหยุดราชการ พอเกิดเหตุก็ส่งตัวไปไม่ทัน เพราะคนช่วยไม่พอ หรือไม่ก็ใจดีเห็นเค้ามาไกล หวังจะรักษาให้เสร็จจะได้ไม่ต้องมาบ่อย ก็กลายเป็นหยุดหายใจไปซะงั้น
หลายครั้งคนใจดีก็ต้องใจร้ายอ่ะค่ะ เราเองก็วีนคนไข้ไปหลายคนแล้ว พวกโรคทางระบบมากๆแล้วมาดื้อให้เราถอนฟัน...ต้องปฏิเสธแล้วก็ "..ถ้ารู้ว่าถอนแล้วตายน่ะเอามั๊ย ..คุณน่ะไปสบายแล้วแต่ลำบากหมอต้องไปขึ้นศาลสู้คดีกับญาติๆคุณต่อน่ะ" จากนั้นเราก็เตรียมรับจดหมายร้องเรียนต่อเลยค่ะ เป็นเรื่องธรรมดา แล้วยังพวกโกหกว่าตัวเองไม่เป็นโรคอะไร๊เลยซักกะอย่างนี่นะ...แมร่ง...HIV HepB ไตวาย เบาหวาน หัวใจ สารพัด ไม่รักตัวเองแล้วยังคิดจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีกนะเฟร้ย
3. เดือนพฤษภาคมปีหน้านี่เราจะลงเรียนนิติศาสตร์ที่มศธ.ค่ะ สนในลงเรียนด้วยกันมั๊ยคะ

#19 By 19sep on 2007-12-08 21:09

Jay : เรื่องเศร้าที่สังคมไม่เข้าใจจริงๆค่ะ
พี่ชายก็อยู่ในวงการแพทย์ เรื่องพวกนี้ก็เลยพอเข้าใจ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#20 By Jay on 2007-12-08 21:32

น่าเศร้าครับ.. น่าเห็นใจครับ

คิดไม่ออกเลยว่าถ้าเจ้าของบลอกเจออะไรเเบบนี้บ่อยๆไปมากๆ เเล้วจะมีผลกระทบต่อจิตใตอย่างไรบ้าง.. ต้องสู้ต่อไปครับ เพราะนี่คือทางที่เราเลือกเดิน

Hot! Hot! Hot!

#21 By q on 2007-12-08 22:22

Hot! ทำดีเสมอตัว ทำชั่วติดลบ
อาชีพที่ต้องใจรักจริงๆมั้งฮะ

#23 By iMase on 2007-12-09 06:27

ชีวิตมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย
แม่ผมก็ตายด้วยการวินิจฉัยโรคผิด ของหมอจบใหม่
แต่ผมไม่ได้โกรธเคืองหรือฟ้องร้องอะไร
เพราะคงไม่มีใครอยากให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น

แม่ผมปวดหัวอย่างหนัก ตอนนั้นญาติส่งเข้าโรงพยาบาลประจำอำเภอ นอนอยู่โรงพยาบาล 1 คืนตอนเช้ามีอาการพูดไม่เป็นประโยค คือจะพูดคำหนึ่งแต่ดันไปพูดอีกคำหนึ่งหรืออีกประโยคหนึ่งแทน หมอวินิจฉัยว่าแม่ผมมีอาการของการติดสารเสพติด หรือติดสุราอย่างรุนแรง ผมก็งงว่าแม่แอบไปเสพสารเสพติดตั้งแต่เมื่อไหร่
จากนั้นก็เลยย้ายแม่เข้าโรงพยาบาลในตัวจังหวัด แต่โชคร้ายหมอติดประชุมทั้งวันก็เลยไม่ได้มีการตรวจเบื้องต้น พอตกเย็น แม่ผมก็เสียชีวิต สรุปสาเหตุได้ว่าเกิดจากเส้นเลือดในสมองแตก

เรื่องที่เล่ามาไม่ได้ต้องการต่อว่าหรือโทษใครนะครับ
เพราะชีวิตผมที่รอดมาเป็นคนได้ทุกวันนี้ก็เพราะหมอช่วยชีวิตมาก็หลายครั้ง ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

#24 By Nirvana on 2007-12-09 07:48

เห็นด้วยอย่างยิ่งคะ

เราเองก็เป็นคนนึงที่อยากเป็นหมอรักษาคน แตพอมาคิดเรื่องนี้แล้ว คิดจะเปลี่ยนใจเลยคะ สงสารจังเลยคะ อืมๆ

พอมาดูอีกเรื่อง ถ้าดูถึงค่าตอบแทน หมอนี่ เรียนมาแทบตาย ต้องใช้ความอดทน ความสามารถมากมาย ถึงจะเรียนได้ พอมาทำงานจริง ก็ต้องเสียสละเวลา ต้องอดทน

แต่ทำไมค่าตอบแทนมันน้อยนิดจังเลยเนอะcry
หมอสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน

ผู้คนไม่ได้เคารพยกย่องหรือเห็นหมอเหมือนเทวดาเหมือนสมัยโบราณแล้ว(โดยเฉพาะในเมือง)

สมัยนี้หมอเป็นแค่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ทำดีก็ดีไป ถือว่าทำตามหน้าที่ ทำพลาดขึ้นมา ถือเป็นคราวซวย

ในทางกลับกัน หมอรุ่นใหม่ที่เราเห็นบางคนก็ทำตัวไม่เหมือนหมอเหมือนกัน แต่ก็แค่บางส่วนนะ

ยังไงก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

#26 By .;:melody:;. on 2007-12-09 09:04

รู้สึกเห็นใจหมอในปัจจุบันมากครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ

#27 By navin (124.120.10.59) on 2007-12-09 09:11

อ่านแล้วเศร้าเลยค่ะ น่าสงสารจัง

#28 By POCHIRI —★’ on 2007-12-09 09:17

เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปน่ะค่ะหมอ

#29 By ying (202.69.136.48) on 2007-12-09 09:22

โลกนี้ประเทศนี้ยังขาดๆเกินๆอีกมากangry smile

#30 By wesong on 2007-12-09 10:20

ส่วนตัวผมรู้สึกดีกับแพทย์ชุมชน มากกว่าแพทย์ในโรงพยาบาลใหญ่ๆนะครับ...

น่าเห็นใจมากครับ ส่วนตัวแล้ว คิดว่าไม่น่าจะลงโทษกันรุนแรง ขนาดนี้นะครับ...

ปล.สมัยก่อนตอนเรียนอยู่ ผมเคยพาญาติไป โรงบาลในเมืองแบบกระทันหัน... แต่ต้องไปรอนานเกือบ 24 ชม.เพียงเพราะผมไม่มีเงิน และบัตรเครดิต.... (ตอนนั้นโทรหาญาติกันวุ่นวายเลย...) นี้ขนาดผมคนธรรมดานะ ถ้าเป็นคนที่มีรายได้น้อยล่ะ...เฮ้อออ..
*ไม่อยากคิดเลย ถ้าทุกคนต้องวิ่งเข้า รร ใหญ่ๆ จะเป้นงัย*

#31 By Monkiji321 on 2007-12-09 10:23

หมอเลว ๆ เห็นแก่เงินก็ยังมีอีกเยอะนะ รีบไปจับ

#32 By BeN (203.113.39.13) on 2007-12-09 11:49

เหนด้วยอย่างยิ่งครับ แม่ผมก็เป็นพยาบาล แต่ตอนนี้เป็นหมอแล้ว (ชาวบ้านเรียกหมอหมดทุกคน)เพราะไปประจำอยู่ที่สถานีอนามัย ไกลบ้านมากครับ หมอก็ไม่มีหรอกครับ เวลาผ่าตัดเล็กทีก็ลำบาก จะส่งเข้าเมืองก็กลัวไม่ทันการ อาศัยด้วยความที่เคยอย่ห้องผ่าตัดมาก่อนกับประสบการณ์น่าเห็นใจหมอครับ
ปล.หมอ : ลุง โรคของลุงต้องผ่าตัดนะจ้ะ แต่ที่นี่ผ่าตัดไม่ได้ ลุงต้องไปผ่าตัดในตัวจังหวัด เดี๋ยวหมอจะเขียนใบส่งตัวไปให้ (ระยะทาง 30 kg)
ระยะทางใช้ 30 km ครับ kg มันเป็นกิโลกรัมครับผม
เอาดคาก้อนบอลไป 1 ลูกครับHot!

#33 By แมงกลิ้งขี้ on 2007-12-09 13:16

หมอต้องรักษาคนไข้มากมาย.. ไม่มีทางหรอกที่คนไข้ทุกคนที่หมอรักษาจะหายหรือรอดกันหมดหรอก ผ่าตัดสัก100คน ก็ต้องมีสักคนที่หมอพยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จ คนเราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น เห็นด้วยกับคอมเม้นท์ที่3ค่ะ หมอไม่ใช่เทวดา
ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสมควรด้วย
แต่ต่อไปนี้คงไม่มีใครกล้าอยากเป็นหมอกันแล้ว..

#34 By [EniledA]-’๐ on 2007-12-09 13:19

Hot! Hot!
น่าสงสาร

#35 By ★TIMO★ on 2007-12-09 14:17

firefox ไม่ตัดคำ อ่านยากมากมาย

อ่านแล้วเศร้าเหมือนกันครับ ยังไงผมก็เชื่อว่า
ไม่มีัหมอคนไหนอยากทำให้คนไข้ตาย หรือรักษาไม่หาย
มันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่น่าจะให้ผลตอบแทนกับหมอที่
ผิดพลาดมากขนาดนั้น เค้าไม่ได้จะฆ่าคนไข้ หรือจะบอกว่า
ถ้าหมอไม่รักษา คนไข้ก็จะไม่ตาย??

ต่อไปถ้าคนที่ผมรักไปรักษาใครตายบ้าง จะเจออะไรแบบนี้
มั้ยเนี่ย น่ากลัวจริงๆangry smile

#36 By @ri on 2007-12-09 15:06

คนไข้ตายอย่างไม่น่าตาย พิการเพราะบุคลากรเลินเล่อ ฟ้องหมอ ฟ้องรพ. ก็หลายราย ทำไมไม่มีหมอคนไหนถูกตัดสินจำคุกก่อนหน้านี้?

#37 By RAE (203.156.20.170) on 2007-12-09 15:57

เรื่องน่าเศร้า

แปลว่าเราใช้มาตรฐานของประเทศอื่น (แหง..อเมริกา) ในการตัดสินว่าอะไรถูกอะไรควร ซึ่งไม่สามารถทำได้จริงในประเทสของเรา

ถ้าหากทำอะไรเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ก็คงดี



#38 By liamm on 2007-12-09 16:39

อ่านแล้วแบบ..น่าเห็นใจจังเลยค่ะ ทั้ง 2 ฝ่ายเลย
ช่วงนี้ไม่ได้ติดตามข่าว..เลยเพิ่งทราบเรื่องจากเอนทรี่นี้แหละค่ะ โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับความเห็นที่ 6 กับ 10 นะคะ
น่าเห็นใจญาติและผู้ป่วยที่ต้องจบชีวิตลง แต่หากมองอีกมุมนึงก็คิดว่าการฟ้องร้องเพื่อให้หมอได้รับโทษจำคุกมันยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แทนที่หมอคนนี้จะได้ไปรักษาคนไข้คนอื่นๆที่ยังเจ็บป่วยกันอยู่ ก็ต้องมาอยู่ในคุกโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร แล้วถ้าหมอเค้าพ้นโทษออกมาล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป? เขาจะสามารถทำหน้าที่เป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยได้อีกหรือไม่? ความมั่นใจของเขาจะกลับมารึเปล่า? 6 ปีที่เขาอุตส่าห์เรียนมาจะสูญเปล่างั้นหรือ? ความฝันของคนๆหนึ่งจะจบสิ้นเลยรึไง? ทุกๆอย่างนั้นพลาดได้ คนทุกคนย่อมต้องพลั้งกันทั้งนั้น แต่เกิดจากความประมาทเลินเล่อนั้นก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่อยากให้มีมาตรการหรืออะไรก็ได้ที่มารองรับในเรื่องนี้ ไม่ใช่สักแต่จะตัดสินจำเข้าคุก ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้ผู้ป่วยฟื้นขึ้นมาแล้วยังไม่ก่อให้เกิดผลอะไรตามมา แล้วอีกอย่าง..เมื่อคนเราผิดพลาดแล้วก็ต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวังในครั้งต่อไป เราจะไม่ให้โอกาสเขาเลยหรือ?

น่าสงสารครับ และก็เห็นใจด้วยครับangry smile

#40 By mnop on 2007-12-09 18:36

พ่อผมอะเป็นหมอ เป็นวิสัญญีแพทย์ด้วย

ผมว่าวิสัญญีต้องดูคนไข้นานกว่าหมอผ่าตัดอีกเหนื่อยมาก

ผมรู้ว่าไม่จะเป็นหมออะไรก็เหนื่อยกันทั้งนั้นแหละ
แล้วยิ่งมาเจอคนไข้แบบนี้ใครยังอยากจะรักษา

พูดจริงๆนะผมเนี่ยเคยอยากเป้นหมอเหมือนกับพ่ออยู่ครั้งหนึ่ง แต่ผมฟังพ่อพูด ฟังญาติที่เป้นหมอพูดผมเลิกคิดเลยอะ

ผมว่าผมดีไม่พอที่จะเป็นได้

#41 By [veho---[[as Gaara]] on 2007-12-09 18:56

เรื่องมันเศร้าสำหรับระบบสาธารณสุขและสังคมไทย

ไม่มีใครอยากสูญเสียหรอก ทั้งชีวิต(ที่ไปแล้ว) และชีวิต (ที่ยังอยู่)

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ทำความดีทุกคนค่ะ

#42 By antzzer on 2007-12-09 19:31

เห็นด้วยเลยครับ ไม่มีหมอคนไหนที่อยากทำร้ายคนไข้
เรื่องแบบนี้คงต้องแสดงความเสียใจทั้งสองฝ่าย
เชื่อว่าในอนาคตคงจะมีทางออกที่ดีกว่านี้

ในความคิดของผม ผมว่าไม่แตกต่างกับเรื่องราวอื่นๆในสังคม อย่างสึนามิ หากมีการป้องกันที่ดีโศกนาฏกรรมที่บังเกิดความสูญเสียและรอยน้ำตาคงไม่เกิด

ทุกฝ่ายนั้นคงได้รับความเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากัน
เราต้องลุกขึ้นสู้แล้วเผชิญกับปัญหาต่อไปครับ

ต้องล้อมคอกก่อนวัวจะหาย
เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนครับ



เป็นเรื่องน่าเศร้าทั้งสองฝ่ายค่ะ Hot!

#44 By คุณเต่า ★ on 2007-12-09 20:02

คงต้องดันแพทย์เข้าไปเล่นการเมืองล่ะครับ
-_-' เฮ้อ .. เศร้าทั้ง 2 มุม
สงสารและเห็นใจครับ ทหารก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เวลาทำงานพลาด แต่ไม่เป็นข่างเท่านั้นเองครับ เข้าใจจริง ๆ นะ Hot!

#46 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-09 21:32

การทำสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์กับสังคมนั้น

ย่อมเลี่ยงไม่ได้กับการต้องเสียสละ และอาจต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง โดยเฉพาะในปัจจจุบันขณะ

ฉะนั้นความอดทน และความมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้มุ่งหวังจะทำสิ่งอันประโยชน์นั้นพึงมี และระลึกไว้เสมอนะครับ

แม้ว่าน้ำตากำลังอาบแก้ม ก็อย่าลืมเปิดตามองที่เป้าหมาย

อาจจะแสบตาหน่อย ที่สำคัญอาจจะต้องเจ็บปวดใจ

แต่ก็ต้องถามตัวเองว่า เราเดินมาทางนี้เพื่ออะไร

อย่างไรเสียความยุติธรรมก็ยังคงมี แต่เราก็ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาทเป็นอันดับแรกด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนครับ

จ.พ. ณ มร.

#47 By แมวร่อน on 2007-12-09 22:49

สงสารคุณหมอ
และประเทศที่กำลังขาดแคลนหมอ

#48 By แก้ว on 2007-12-09 23:07

เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจกันทั้ง 2 ฝ่ายครับ
เพราะถ้าเป็นผม ถ้าเป็นคนรู้จักหรือเป็นญาติของคนไข้ ก็คงทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ท้ายที่สุด เรื่องการฟ้องร้อง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในทางกลับกัน ถ้าผมเป็นคนรู้จักกับหมอ ก็เห็นใจหมอเหมือนกัน เพราะผมก็เชื่อว่า ไม่มีหมอคนไหนที่อยากจะรักษาให้คนไข้ถึงแก่ชวิต

ผมว่าการที่จะมาตัดสินว่าควรจะทำอย่างนั้น หรือทำอย่างนี้ มันคงตัดสินไม่ได้ จะบอกว่าฝ่ายของคนไข้ ไม่ควรฟ้อง หรือจะบอกว่า หมอเป็นคนผิด

เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไมไ่ด้เกิดขึ้นกับเรา เราไม่ใช้ญาติของคนไข้ เราไม่ใช้คนรู้จักของหมอ เราจึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียที่เกิดขึ้น ของทั้ง 2 ฝ่ายได้

มาถึงจุดนี้ ก็ต้องปล่อยไปตามครรลองของกฎหมาย เพราะศาลท่านตัดสินออกมาแล้วHot!

#49 By worapoj@~@ on 2007-12-10 14:38

ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะคะ

บ้านเมืองเรามีคนมีความคิดดีๆตั้งเยอะ

#50 By TheDoctorWearsPrada on 2007-12-10 15:29