Talking

 


ช่วงนี้ต้องมาทำงานที่ร.พ.ตำรวจ แต่ถ้าไม่อยู่เวรเราก็กลับคณะทุกวัน


กว่าจะเรียนเสร็จก็ทุ่มสองทุ่มประจำ ตอนกลับคณะก็ต้องเดินไปขึ้นรถ


ให้ลมเย็นของฤดูหนาวพัดแก้มเล่นๆ  รู้สึกสบายดีจัง..

เหมือนมันเป็น fresh air เพราะความเย็น แต่ความจริงมันเป็นควันพิษรึเปล่านะ 55


สองข้างทางตอนนี้เริ่มประดับไฟกันแล้ว

นี่ละสี่แยกราชประสงค์ที่ใครๆต้องมาดูไฟกัน เราได้ดูทุกวันเลย

ถึงแม้ว่าเราจะดูคนเดียวนะ แต่แสงไฟเล็กๆพวกนี้ ดูแล้วมันมีความสุขจัง


ชอบเดินยิ้มฮัมเพลงคริสตมาสอยู่คนเดียว



หัวใจมันอุ่นๆ เหมือนกำลังจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น

เราไม่รู้หรอกนะว่าอะไร แต่เรารู้สึกว่าชีวิตเราตอนนี้มันดีจังเลยล่ะ


 Siam Belts Club - หนาวนี้ [[Friday]]



ชีวิตหมอคนนึงจบสิ้น

posted on 08 Dec 2007 15:27 by thedoctorwearsprada  in Talking
คดีตัวอย่างวงการแพทย์ไทย ศาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุกแพทย์หญิงร.พ.ร่อนพิบูลย์

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ศาลจังหวัดทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง

เป็นโจทก์ร่วมกับ น.ส.ศิริมาศ แก้วคงจันทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ลูกสาวของ นางสมควร แก้วคงจันทร์ อายุ 49 ปี ผู้ตายโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องในคดีอาญา น.พ.พีระ คงทอง ผอ.ร.พ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นจำเลยที่ 1 และพ.ญ.สุทธิพร ไกรมาก แพทย์ประจำ ร.พ.ร่อนพิบูลย์ เป็นจำเลยที่ 2 เนื่องจากผ่าตัดไส้ติ่งนางสมควร ด้วยการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง
โดยประมาทเลินเล่อ เพราะไม่เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และยาแก้ไขภาวะแทรกซ้อน ทำให้ผู้ตายหยุดหายใจ สมองขาดเลือด และออกซิเจน จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 5 มิ.ย.2545


โดยศาลมีคำพิพากษาสรุปว่า เนื่องจากการที่จำเลยที่ 2 คือ พ.ญ.สุทธิพร ไกรมาก เป็นแพทย์ผู้ฉีดยาระงับความเจ็บปวดเข้าไขสันหลังของนางสมควร ผู้ตาย จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งวิสัยและพฤติการณ์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการแพทย์ที่ได้เรียนมา จักต้องฉีดยาเข้าไขสันหลังในจำนวนปริมาณที่เหมาะสม ในระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 น.พ.พีระ คงทอง ผ่าตัดไส้ติ่งให้สำเร็จ
คำพิพากษาระบุว่า จำเลยที่ 2 อาจใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ โดยพฤติการณ์และวิชาชีพ

แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 อาจกระทำได้ แต่จำเลยที่ 2 หาได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอไม่ จำเลยที่ 2 ฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลังของนางสมควร โดยมิได้ควบคุมปริมาณของยา ให้เพียงพอกับการที่จะผ่าตัด จำเลยที่ 2 ฉีดยาระงับความเจ็บปวดในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้ยาชาออกฤทธิ์ลุกลามไปทั้งตัวของนางสมควร จนเกิดอาการช็อกหัวใจหยุดเต้นทันที ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวขาดอากาศหายใจ เป็นเหตุให้นางสมควรถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้นางสมควรถึงแก่ความตาย พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามฟ้องดังได้วินิจฉัยมาแล้วก่อนหน้านี้ จึงยกฟ้องจำเลยที่ 1 และพิพากษาให้ จำเลยที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 3 ปี




.
..อ่านข่าวนี้จบแล้วเรา...ร้องไห้

ถามว่าเรารู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวกับพี่หมอคนนี้มั๊ย ตอบก็คือไม่เลยค่ะ แต่เราร้องไห้ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ตั้งใจรักษาคนไข้ เสียสละชีวิตตนเองเพื่อการทำงานมากมาย แต่สุดท้ายนี่เป็นผลตอบแทน เป็นตัวอย่างของความผิดพลาดของระบบสาธารณสุขไทย เป็นเหยื่อของความต้องการของสังคมในการมองแพทย์ และความคาดหวังจากแพทย์

และยังมีหมออีกในโรงพยาบาลชุมชนอีก 700 แห่งทั่วประเทศที่กำลังเป็นกลุ่มเสี่ยง หมอจบใหม่ที่ต้องไปชดใช้ทุนที่ชุมชนทั่วประเทส ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมจะเป็นหมอที่ดี ช่วยเหลือคนไข้ในชุมชนที่ห่างไกลแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์

กี่พันชีวิตที่เราช่วยเหลือ ไม่มีความหมายเลย เมื่อมีครั้งหนึ่งที่เราผิดพลาด ..ชีวิตหมอคนนึงจบสิ้น

เราคิดถึงแม่ของเรา ถ้าเราเป็นหมอคนนั้น แม่เราจะรู้สึกยังไงนะ ส่งลูกมาเรียนหมอด้วยความภาคภูมิใจ ทนเห็นลูกสาวที่ตัวเองทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี เรียนหนักอยู่เวรหามรุ่งหามค่ำอดหลับอดนอน เมื่อจบแล้วก็ยังต้องไปอยู่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลอีกอย่างน้อยสามปี ไม่มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัวให้ชื่นใจด้วยซ้ำ

น้องๆที่กำลังอยากมาเรียนหมอ เราว่าคิดใหม่ดีกว่ามั๊ย ตอนนี้ประเทศของเรายังต้องต่อสู้กับระบบสาธารณสุข และความคาดหวังของประชาชนต่อแพทย์ที่เปลี่ยนไป

เมื่อก่อนนี้ หมอในชุมชนลุยสู้รักษาคนไข้ได้เต็มที่ เครื่องมืออุปกรณ์อะไรไม่ค่อยมีพร้อมก็ช่วยเหลือกันไป รอดบ้างตายบ้าง แต่รับรองว่ารอดมากกว่าหมอไม่ทำอะไรเลยแน่นอน อยากยกตัวอย่างให้เข้าใจกัน แต่ว่ามันยากเหมือนกันนะกับการทำให้คนทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์ไม่มีความเข้าใจด้านการแพทย์เห็นถาพสถานะการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเรื่องหมอเจ็บ ถ้าจะเคยดูกันนะคะ..ตอนที่หลวงตา มีภาวะฉุกเฉินทางช่องท้อง และตัวเอกของเรื่องตัดสินใจเปิดท้อง ทั้งที่ตอนเองไม่เคยทำมาก่อน โดยเปิดตำราจากที่เรียนมาและประสบการณ์ในการช่วยผ่าตัดตอนเรียน.. อยากบอกว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่หมอคนนึงเรียนจบมาจะเคยทำ เคยรักษา เคยผ่าตัดทุกอย่าง แต่เรามี basic knowlegde และนำไปปรับใช้กับเคสที่เจอ ... ทุกคนย่อมพยายามรักษาชีวิตคนไข้ของตัวเอง เรียนมารักษาคน ไม่มีใครจะตั้งใจฆ่าคนอยู่แล้ว แต่คนเรามันผิดพลาดกันได้ ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ อะไรๆในโลกนี้มันก็ไม่มี 100 % หรอกค่ะ หัตถการทางการแพทย์ย่อมมีภาวะแทรกซ้อนกันได้ 1ในร้อย 1ในพันก็แล้วแต่ แต่รับรองได้ว่าไม่มีหมอคนไหนบนโลกนี้ไม่เคยรักษาผิดพลาด ยกเว้นคนที่ไม่เคยรักษาคนเลย

แต่ต่อไปนี้ทุกอย่างมันอาจเปลี่ยนไปแล้วค่ะ แพทยสภา(ที่อ่อนแอ และเป็นตัวแทนของแพทย์ได้อย่างน่าเศร้า)ก็ได้ออกแถลงการณ์มาพูดอย่างอ้อมค้อม..

แพทยสภารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งและเป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต่อไปนี้ในกรณีที่จะมีการผ่าตัดใดๆก็ตามที่จะต้องมีการที่จะต้องมีการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกโดยการฉีดเข้าทางช่องไขสันหลังควรจะต้องกระทำในโรงพยาบาลที่มีวิสัญญีแพทย์เท่านั้น มิฉะนั้นแพทย์จะมีความเสี่ยงมากเพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แปลได้ง่ายๆว่า ต่อไปนี้ไม่มีหมอโรงพยาบาลชุมชนที่ไหนจะเปิดห้องผ่าตัดอีกต่อไป เพราะโรงพยาบาลชุมชน700 กว่าแห่งทั่วประเทศแทบทั้งหมดไม่มีวิสัญญีแพทย์

แปลว่า ถ้าเรื่องหมอเจ็บมาฉายอีกตัวเอกต้องส่งต้องหลวงตาไปที่อื่นที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ทันท่วงที

แปลว่าต่อไปนี้คนไข้ไส้ติ่งแตกมาเราก็จะส่งตัวไปผ่ากันที่โรงพยาบาลศูนย์ ถึงแม้มันจะไกลเท่าไหร่ก็ตาม

อย่างที่พี่คนนึงพูดว่า หมอต้องยืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว แม้ว่าคนไข้จะเสียโอกาสก็ตาม 

 

เราจะยกตัวอย่างที่ชีวิตคนเมืองอาจไม่เคยเข้าใจ

หมอ : ลุง โรคของลุงต้องผ่าตัดนะจ้ะ แต่ที่นี่ผ่าตัดไม่ได้ ลุงต้องไปผ่าตัดในตัวจังหวัด เดี๋ยวหมอจะเขียนใบส่งตัวไปให้ (ระยะทาง 30 km)

ลุง : ลุงไม่ไปหรอกหมอ ค่ารถ 50 บาทแน่ะ ลุงเก็บผักเก็บหญ้ากินอยู่บ้านกะเมียไม่มีเงินไปหรอก

หมอ : งั้นเดี๋ยวหมอให้ลุงไปกับรถพยาบาล

ลุง : ไม่เป็นไรหรอกหมอ เมียลุงมันเป็นเบาหวานนอนอยู่บ้าน เดินเหินก็ไม่ได้ ลุงต้องอยู่ป้อนข้าว เช็ดตัวให้เขา ถ้าลุงไปก็ไม่มีใครดู

หมอ  : แต่ถ้าไม่ไป ลุงอาจถึงตายนะลุง

ลุง : ไม่เป็นไรหรอกหมอ อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว

แล้วคุณลุงก็กลับบ้านไป

.. ระยะทางมันมีความหมายสำหรับชีวิตบางคนนะคะ

ปีใหม่แล้ว กวาดบ้านกันหน่อย..

posted on 06 Jan 2008 09:47 by thedoctorwearsprada  in Talking
าว หนาว ...อากาศหนาวเป็นสิ่งแรกที่เราสมหวังในปีใหม่ปีนี้
เริ่มหนาววันปีใหม่พอดีเลย

อ่านดวงมาว่าปีนี้ เป็นปีที่เราจะสุขสมหวัง สงสัยจะจริง อิอิ

โดยเฉพาะเรื่องความรัก โพยดวงทุกสำนักทำนายตรงกัน
ว่า..เป็นปีที่เรื่องความรักของเราโดดเด่นมากๆ จะได้เจอเนื้อคู่ ประมาณนั้น ฮ่าๆ น่าตื่นเต้น ตึกตัก ตุ้มๆต่อมๆดีเหมือนกัน

ปีนี้คงมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตเราหลายอย่าง ก็หวังว่าทุกอย่างมันจะเป็นเรื่องดีๆสำหรับเรานะ
รู้สึก1-2ปีที่ผ่านมามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นมากพอแล้ว



 

ไหนๆก็ปีใหม่ทั้งทีอยากจะปัดกวาดบล็อคซะหน่อย เริ่มจากสะสางงานที่คั่งค้างนั่นก็คือ tag ของน้องสาวที่น่ารัก ที่ส่งมาให้เกือบเดือนละ (ความจริงยังมีของคุณแววและน้องไนน์ที่เรามุบมิบไปแล้ว..เพราะรูู้็ว่าทั้งสองคนใจดี อิอิ)

เอาล่ะจัดการเลยดีกว่า..

 

=ให้เลือกของวิเศษของ โดราเอม่อน=

ขอเป็นขนมปัง..เรียกว่าอะไรน้าที่แปะๆบนหนังสือแล้วกินเข้าไปก็จะจำได้หมดน่ะ

เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือและยังจำอะไรไม่ค่อยได้อีกด้วย จะได้มีความรู้เยอะๆแถมยังอิ่มอร่อย คุ้ม!

ประตูไปไหนก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไง อย่างเวลาเวรโทรตามก็เปิดปุ๊บถึงปั๊บ อยู่เวรก็จะได้แอบเปิดประูตูุไปเที่ยวที่ต่างๆได้ด้วย ไม่งั้นก็ไม่ค่อยจะมีเวลา เย่่ๆ อยากมีจริงๆ

 

---------------------------------------------------------------------------------------

=Tag กลัว =

1. เคยมีคนถามว่าเป็นหมอแล้วกลัวผีด้วยเหรอ คำตอบก็คือกลัวค่ะ ก็เป็นหมอคนนี่นา ไม่ใช่หมอผีซักกะหน่อย

2. กลัวคนหลอกลวง คนนี่ล่ะน่ากลัวกว่าผีซะอีก

3.กลัวไม่สวยค่ะ เอิ๊กๆ


-------------------------------------------------------------------------------------

= Tag MSN =

1.version MSN

8.1

2. ช่วงเวลาที่ online

ก็จะว่างประมาณ 4 ทุ่ม แต่ส่วนใหญ่จะไม่ online ชอบเปิดทิ้งไว้เฉยๆมะรู้ทำไม

3.โชว์รูปแล้วชื่อ Display และข้อ 4.โชว์ List ชื่อ (รวมกันซะเลย)

 

5.รวมเบ็ดเสร็จแล้วมีกี่คน

น้อยอ่ะ ไม่เกิน 50 คนนะ เพราะว่าmailไหนที่ไม่ active ก็จะ delete ซะมาก ไม่ค่อยแอดคนที่มะรู้จักซักเท่าไหร่

6.คุยกับใครบ่อยสุด

เพื่อนที่เมกา ชอบปรึกษามันเพราะมันไม่เจอเราดี เอ๊ะ ยังไง



เอาล่ะเสร็จเรียบร้อย บ้านสะอาดขึ้นบ้างรึยังน้า
สวัสดีปีใหม่ค่า ทุกคน