ของจริง*

posted on 05 May 2008 17:07 by thedoctorwearsprada  in chit-chat

หลายคนคงคิดว่าเรายุ่งขนาดไม่มีเวลาอัพบล็อกเป็นแรมเดือน ซึ่งมันก็จริง

 

แต่ถึงจะหายไปนานก็คุ้มนะ สำหรับใครๆที่รอดูอยู่ จะบอกว่าถึงวันนี้เราเรียนจบแล้ว

 .....เป็นหมออย่างเต็มตัว

 

อยู่ในช่วงใช้ทุน ซึ่งเราก็เลือกมาอยู่ใกล้ทะเลอย่างที่คิดไว้แต่แรก แล้วก็เป็นโชคดีจริงๆที่อุตส่าห์จับฉลากมาจนได้ คนเรามากับดวงตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่นา

ว่างๆ แทนที่จะเดินห้าง เข้าโรงหนัง อย่างที่เคยทำเมื่อตอนอยู่เมืองกรุง เราก็มีทางเลือกมากขึ้น ตั้งแต่เดินตลาด ตลาดนัด ไปเที่ยวสวนผลไม้ ขับรถไปไม่กี่สิบโลก็รับลมทะเลเย็นสบายได้อีกต่างหาก

เสียแต่ว่าแดดลมมันแร๊ง แรง น้ำก็ไม่ค่อยดีอีกต่างหาก ช่วงนี้ต้องเก็บเนื้อถนอมตัว อีกไม่กี่เดือนจะถึงงานรับปริญญาแล้ว ห่วงเที่ยวมากจะไม่สวยกันพอดี

เอาล่ะ แวะมาส่งข่าวแค่นี้

ไว้มีเวลาจะมีเรื่องมาเล่ากันอีกเยอะ

 

กล้จะสุดสัปดาห์แล้ว ถ้าใครกำลังมองหาร้านนั่งสบายๆในวันหยุด หาอะไรกินเล่นเบาๆ หลบร้อน นั่งอ่านหนังสือ หรือจิบชาเมาท์กะเพื่อนๆ เราขอแนะนำ

Melting moment ร้าน Bakery boutique บรรยากาศแสนหวาน กลางเมืองสีลมซอย21 sun square plaza ค่ะ

เจ้าของร้านได้สูตรคุกกี้แสนอร่อยมาจากออสเตรเลีย รวมทั้งที่มาของชื่อร้านก็มาจากชื่อของคุ้กกี้ที่เจ้าของร้านเคยติดใจนั่นเอง

ไม่ขอบรรยายอะไรมาก เชื่อว่าแค่ภาพก็ดึงดูดได้แล้ว

โทนร้านสีชมพู ประดับด้วยตุ๊กตาน่ารัก แถมยังมีป้ายราคาแสดงว่าให้ซื้อกลับได้ด้วย

มีโต๊ะเล็กๆให้เลือกนั่ง หรือจะนั่งที่โซฟาก็นุ่มดีค่ะ ระวังเผลอหลับ


มีตู้ขนมเรียงรายด้วยของหวานง่ายๆ เช่น พาย และ ทาร์ต เค้กถ้วยกระจุ๋มกระจิ๋ม

อืม..รู้สึกช่วงนี้จะมี ชุด Afternoon Tea ด้วย มีขนมหนึ่งอย่างกับน้ำชาในราคาแค่ 89 บาท น่าสนใจมั๊ยล่ะ

รายละเอียดที่น่ามอง มีอยุ่ทุกมุมของร้าน และนี่คือ คุ้กกี้ key dish ของร้านกะน้องหมีนั่งเฝ้าคนซื้อตาแป๋วว

 

อาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควรนะคะ ทั้ง smoothies ไว้ดับกระหายคลายร้อน เราเลือก pretty green หรือแอปเปิ้ลเขียวกะกีวีสดปั่น เนื้อผลไม่เยอะมาก รสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นมีพลังทำงานต่อค่ะ

หรือใครคอกาแฟก็มีกาแฟสดกลิ่นหอมไว้บริการด้วย ลองคาปูชิโนไปหนึ่งแก้ว รสชาติดีทีเดียวค่ะ

พวกอาหารเห็นพนักงานแนะนำแซนวิชและพาสต้า เราเลือกสั่งแซนวิชเบคอนทอดและชีส อิอิ แค่ชื่อก็ไม่อยากคิดถึงแคลอรี่ อาจเพราะเช้าไปทำให้ขนมปังโฮลวีทแข็งไปนิดๆ แต่หรือเพราะหิวก็เลยกินหมดจนถ่ายรูปมาไม่ทัน

ส่วนพาสต้าเราเลือก บะหมี่หมูตุ๋น เมนูฟิวชั่นเอาเส้นบะหมี่เหลืองมากินกับหมูตุ๋นปรุงรสกลมกล่อม และมีสลัดอยู่ในจานด้วย ถือว่ารสชาติดีเลยทีเดียวเพราะไม่ได้คาดหวังเมนูอาหารจากรานเบเกอรี่ซักเท่าไหร่

นอกจากนี้ยังมีพิซซ่าหลายหน้าและสลัด เราเลือกสลัดไก่ย่าง แต่จานนี้ไม่ประทับใจต้องไก่ที่แห้งๆฝืดๆพิกล แต่ผักก็สดกรอบดีค่ะ

กว่าจะถึงเบเกอรี่ก็อิ่มท้องซะก่อน เลยตบท้ายเบาๆด้วย blueberry cake pie เห็นเล็กๆหน้าตาเพลนๆนึกว่าจะธรรมดา แต่กลับอร่อยผิดคาดค่ะ ขนาดกลายเป็นว่าพอดีอิ่ม หวานอมเปรี้ยวพอดี ไม่เลี่ยนสำหรับคนไม่ชอบของหวานมากก็กำลังดีเชียว

เฮ้อ..อิ่มใจจัง มีพลังพร้อมจะสู้วันใหม่ขึ้นมาอีกนิดแล้วว

เมนูเด็ด : สมูทตี้ต่างๆ ,บะหมี่หมูตุ๋น (ความจริงชื่อยาวกว่านี้นะแต่จำไม่ได้ ขออภัย)

คำเตือน : บรรรยากาศมันละมุนละไมเหลือเกิน ระวังเผลอหลับที่โซฟาค่ะ

อีกนิด เค้ามี workshop ทำขนมประจำแต่ละเดือนด้วยนะสาวๆ ถ้าสนใจถามรายละเอียดได้ที่ร้านนะคะ เผื่อหนุ่มข้างๆจะโชคดีมีขนมอร่อยๆกิน

Thailand : 9 Days in the Kingdom

posted on 27 Jan 2008 21:25 by thedoctorwearsprada  in Talking
มีีโอกาสได้ดูรูปที่ศิลปินช่างภาพชื่อดังกว่า 50 คนจากทั่วโลก บินมาประเทศไทย เพื่อเก็บแง่มุมอันสวยงามของประเทศไทย ผ่านเลนส์ของแต่ละคน ออกมาเป็นสมุดรวมรูปภาพของประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ ครบ 80 พรรษา

กลายเป็นหนังสือภาพถ่าย "Thailand : 9 Days in the Kingdom"



Photobucket
Photobucket
Photobucket


ได้ดูภาพจริงๆยิ่งคิดได้ว่าของอย่างเดียวกัน ให้คนแต่ละคนมองไม่มีใครมองเหมือนกันเลย ต่างคนก็ต่างมีแง่มุมของตัวเอง เมืองไทยที่เราเห็นอยู่ทุกวัน ภาพง่ายๆที่เห็นได้ข้างทาง เราอาจจะเดินผ่านอยู่ทุกวัน คาบาเร่ต์โชว์ที่เราอาจเคยไปดู เพื่อได้ชื่อว่าเราก็เคยดูเหมือนกันนะ แต่อาจไม่เคยมองเห็นโชว์ที่แท้จริง ที่โลดแล่นอยู่ภายใต้เครื่องสำอางค์และเครื่องแต่งตัวอลังการนั้น

เหมือนกับตัวเราเองในตอนนี้ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เราคิดเลย ก็จริงล่ะ เราน่ะเข้าใจง่ายนักซะเมื่อไหร่กันล่ะ มุมมองของเราอาจไม่เหมือนที่คนอื่นมอง ถึงแม้ทุกคนจะมองเห็นมุมเดียวกันทั้งหมด แต่มันเป็นไปได้ใช่มั๊ย ที่ในชีวิตของเราเองเราอาจจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น คนเราจะเลือกมองกว้่างอย่างไม่มีสิ้นสุด หรือจะเลือกมองแคบอย่างจุดจุดเดียวก็ได้ เหมือนขอบฟ้าถ้าเรามองแคบมันก็คือเส้นตรง ยังไงซะมันก็คือเส้นตรง ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่ถ้าเรามองกว้างบางทีเราอาจเห็นว่าความจริงมันเป็นเส้นโค้งรอบวงกลม หรือมองกว้างไปกว่านั้นเราอาจจะรู้ว่ามันไม่มีเส้นที่เราเห็นอยูุ่่เลยก็ได้

ต่างคนต่างเชื่อสิ่งที่ตัวเองมองเห็น แต่คิดดูดีๆเราไม่ได้มองเห็นด้วยตาเท่านั้นหรอกทุกคนก็ใช้ใจมองด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าใจเราเลือกเติมแต่งภาพที่เห็นทางสายตายังไงต่างหาก


ถึงแม้ว่าเราจะพูดจะอธิบายมุมมองของเรา ก็คงยากที่ใครจะเชื่อหากมันค้านสายตาผู้คนรอบตัว ดังนั้นเราเลือกจะไม่พูด แล้วเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง ว่ามุมที่เราเห็นเป็นอย่างไร แท้จริงเป็นมุมที่สวยงามหรือมืดมน

ถ้าเรามองผิด แต่สุดท้ายแล้ว มันจะผิดอะไรล่ะที่เราเลือกใช้ชีวิตของเราไปตามมุมมองของตัวเอง

ยิ้มและสูู้้่อไปค่ะ

 

 

 

PS : หนังสือภาพน่าเก็บสะสมไว้ให้ลูกหลานมากๆเลยค่า